การแปรรูปพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร

Last updated: 29 ก.ย. 2566  |  426 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การแปรรูปพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร

7 ปีก่อน หลังจากที่เริ่มพัฒนาคุณภาพ
การทำนาของตนเองให้ดีขึ้นแล้ว
พบว่า ที่นาของเราหลังเก็บเกี่ยว
จะเป็นพื้นที่ว่างเกือบ 5-6 เดือน
จึงเริ่มศึกษาเรื่อง"พืชหลังนา"
ที่จะสามารถช่วยสร้างรายได้
ให้กับตนเองได้มากกว่าการขายข้าว

.


พืช ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ที่ลงปลูกไว้รอบนา
ที่ทดลองปลูกไว้ก่อนหน้านี้ ได้ถูกหยิบยก
ขึ้นมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด
ว่าพืช ผัก ผลไม้ตัวใด เป็นพืชเศรษฐกิจได้บ้าง
ด้วยความที่สร้างบ้านอยู่กลางทุ่งนา
จึงเป็นที่มาของการไม่ใช้สารเคมี หรือ
การไม่ใช่ยาฆ่าแมลง ทุกชนิด
เพราะกลัวตาย จากการสูด กินสารเคมีนั่นไง


.


ดอกขจร กล้วยหอม และมะนาว
คือพืชชูโรงตัวแรก
ที่คิดว่าสามารถสร้างกำไรและรายได้
ให้กับสวนของเรา นอกจากการขายข้าว
แต่ก็สามารถสร้างรายได้แค่เพียง ระดับครัวเรือน
คือขายในหมู่บ้าน หรือตำบล ที่มีพ่อค้าตลาดนัด
มารับซื้อ พอนานไป คนก็แห่ปลูกตามกันเยอะ
รวมถึงการเริ่มทำโครงการ"ชาวนาขายข้าวเอง"
ที่มีชาวนาเข้าร่วมหลายคน หลายกลุ่มวิสาหกิจ
(เคยแจกหน่อกล้วย ต้นชำดอกขจร หลายพันถุง
ให้กับเกษตรกรหลายกลุ่ม)
ดังนั้นจำเป็นต้องหาพืชที่สามารถสร้างรายได้
ที่เป็นรูปธรรม เหมาะแก่กลุ่มคนหมู่มาก
จนตกผลึกออกมาเป็น "มันเทศญี่ปุ่น"
หรือที่เรียกกันว่า"มันหวานญี่ปุ่น" นั่นเอง


.


ผมทดลองปลูกเอง ทั้งยอดมันเทศไทย
มันเวียดนาม ได้เห็นความแตกต่างการดูแล
การปลูก ไปจนถึงรสชาติ เนื้อสัมผัส
และความเป็นที่ต้องการของตลาด
จนได้สั่งยอดพันธุ์จากญี่ปุ่นจริง ๆ
ทำให้เห็นช่องทาง ที่สามารถสร้างรายได้
ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่อง


.


ช่วงแรก เราสามารถส่งเสริมให้เกษตรกร
ระดับวิสาหกิจชุมชน พัฒนาการปลูก
จนสามารถนำไปวางจำหน่ายบนโมเดิร์นเทรด
ได้เดือนละ 20-30 ตัน (นั่นคือการสร้างรายได้
กระจายไปยังเกษตรกรอีกหลายร้อยครัวเรือน)
แต่ไม่สามารถควบคุมตารางการปลูกได้
ทำให้ขาดความต่อเนื่อง จนต้องหยุดขายในที่สุด
(มีปัญหาภายในเยอะมากมาย จนไปต่อไม่ได้)


.


มาถึงวันนี้ กับโครงการ"พืชหลังนา"เดิม
ที่เราพัฒนา ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร
มาจนถึงการแปรรูปของเหลือ(Waste)
ให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยขายทั้งผลสด และแปรรูป
ด้วยการนำโจทย์ของผลสด
ที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน
มาแปรรูป เพื่อทำให้เก็บไว้นานกว่าเดิม
สามารถนำไปเป็นวัตถุดิบ
ต่อยอดกับอุตสาหกรรมอาหารอื่น ๆได้อีก


.


ณ วันนี้ นอกจากการผลิตผลสด
เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล
(ยุโรป/อเมริกา)ได้แล้ว
เรายังต่อยอดการแปรรูปเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง
ส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมอาหารส่งออก
ด้วยการทำ"ผงมันม่วง เกษตรอินทรีย์มาตรฐานยุโรป"
ที่มีทางไปอีกมากมายหลายช่องทาง
แม้จะยังอยู่ในกระบวนการทำงาน
แต่พวกเราก็ดีพอ ที่ได้รับเชิญ
ไปออกงาน Thai Fex Anuga Asia 2023
จาก สมาคมผู้ส่งออกสินค้ามาตรฐานยุโรป(ICT)


.


พืชหลังนาที่เราจะนำไปแสดงต่อลูกค้าระดับโลกนั้น
ไม่ใช้เพียงแค่มันหวานญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว
ยังมีพืช ผัก ผลไม้ อื่น ๆ ที่เตรียมไปนำเสนอ
ต่อสายตาผู้ซื้อระดับโลกอีกหลายชนิด
เพื่อการสร้างรายได้ที่เป็นรูปธรรม
กับเกษตรกร/ชาวนาที่ต่อสู้บนหลักการเดียวกัน
คือเอาตัวรอดจากกลไกรัฐที่ไม่เอื้อประโยชน์
ให้กับเกษตรกร ชาวนา หรือประชาชน ต่อไป


.


อยากสนับสนุนโครงการของเรา
สามารถสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ได้ที่
www.e-rocethaifarmers.com
แล้วพบกันที่งาน Thai Fex 2023 ครับ


#ข้าวชาวนา
#ชาวนาขายข้าวเอง
#พืชหลังนา

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้