ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กับ การหากินกับพี่น้องชาวนา

Last updated: 10 ก.ย. 2564  |  546 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กับ การหากินกับพี่น้องชาวนา

ราว 10 กว่าปีก่อน ข้าวไรซ์เบอร์รี่เริ่มเป็นที่รู้จัก

ว่าเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น 

มีแอนติออกซิแดนท์ ต้านอนุมูลอิสระ

มีแอนโทไซยานีน ลดภาวะเลือดแข็งตัว เป็นต้น


จึงเป็นที่ต้องการตลาดสูงมาก

เพราะคนไทยส่วนใหญ่กินข้าว และ

มีคนที่"กินข้าวเป็นยา" คือกินของดีมีคุณภาพ

ผ่านทางอาหารในแต่ละมื้อเลย


ช่วงนั้น มีพ่อค้าหัวใส ออกตระเวนขายเมล็ดพันธุ์ข้าว

ที่อ้างว่าคือ "ข้าวไรซ์เบอร์รี่" โดยขายในราคาที่ค่อนข้างสูง

คือ ราคาข้าวเปลือก กก ละ 35-80 บาท พร้อมทั้งประกันราคา

ว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกคืน ในราคาสูงเหมือนเดิม


ชาวนาในพื้นที่บ้านของเราก็หลงเชื่อ

เพราะเห็นช่องทางที่จะขายข้าวได้กำไร

จึงซื้อ กันคนละหลายกิโลเพื่อนำมาปลูก

(เฉลี่ย พันธุ์ข้าวใช้หวาน ต่อไร่ ประมาณ 30 กก)


เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว คนที่"สัญญา" 

ว่าจะมารับซื้อ ก็ไม่มาตามสัญญา


ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เมื่อลองนำไปสี หุงมาทดลอง

กลับกลายเป็นข้าวที่แข็งเหมือนข้าวนิล 

ที่เนื้อข้าวแข็ง กินได้ลำบาก

ถือเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพง ของพี่น้องชาวนาของเรา

ที่ต้องเสียรู้ เสียเวลา และเสียเงิน

ทำให้เข็ดขยาด กับคำว่า"พ่อค้า" กันมานานหลายปี


ทั้งนี้ เคยมีกลุ่มมิจฉาชีพ กลุ่มใหญ่

แอบอ้างเบื้องสูง ในการเกณฑ์คนเข้าร่วม

ในการแจกพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ช่วงปี 2559 

โดยกำหนดแจก ให้ปลูกคนละ ไม่เกิน 4 ไร่

พร้อมทั้งการรับซื้อคืนทั้งหมด ในราคา กก ละ 100 บาท

เมื่อแปรรูปเป็นข้าวสารแล้ว


สุดท้ายคือ ทุกคนต้องเสียเงินค่าสมัครเข้าโครงการ

คนละ 500 บาทเสียก่อน ทำให้มีผู้เสียรู้เป็นจำนวนมาก

แอดมินเอง ก็ได้รับการชักชวนเข้าร่วม 

แต่มองว่า ไม่สมเหตุสมผล จึงปฏิเสธไป


ยังมีมิจฉาชีพ ที่เกาะกินกับชาวนาอีกหลายรูปแบบ

เอาไว้ มีโอกาส จะมาเล่าสู่กันฟังอีก นะครับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้