จุดเริ่มต้นของการเป็นชาวนาขายข้าวเอง

Last updated: 18 ต.ค. 2563  |  1362 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จุดเริ่มต้นของการเป็นชาวนาขายข้าวเอง

"หนุ่มนาข้าว"

เริ่มต้นจากการส่งเงินค่าปุ๋ย ยา สารเคมี ค่ารถไถ ค่ารถเกี่ยว

กลับไปให้ที่บ้าน จ้างคนทำนาแทน

หวังแค่สิ้นปี กลับบ้าน เกี่ยวข้าวไปขาย

เพื่อได้เงินนำมาหมุนใช้เป็นต้นทุนของปีต่อ ๆ ไป
ข้าวที่เหลือ ก็พอได้กิน แทนการซื้อ

.

หลังจากถึงฤดูเก็บเกี่ยว เดินทางกลับบ้าน

ด้วยใจหวังว่าจะขายข้าวให้มีกำไร

.

นา 10 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 2-3 ตัน

เป็นข้าวที่ไม่มีคุณภาพ ทั้งที่พื้นที่นา อยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้

.

พอนำไปขายที่สหกรณ์

ที่ติดป้ายหน้าทางเข้าว่า รับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ กก.ละ 14 บาท(ในปี 2557)

ทำให้พอมีกำลังใจว่า อย่างน้อย ข้าวเรา 2 ตัน คงพอได้ค่าปุ๋ยเคมีกลับคืน

.

เมื่อนำข้าวเข้าไปชั่ง และตรวจวัดตามขั้นตอน

ในตอนนั้นไม่รู้ว่าการรับซื้อข้าวเปลือก 

จะต้องมีการตรวจเปอร์เซ็นต์ ตรวจค่าความชื้น

ตรวจสิงเจือปน ไปจนถึงการคำนวณราคาตามสูตรของโรงสี

.

ปรากฏว่า ข้าวชุดนั้น โรงสีรับซื้อได้เพียง กก.ละ 8 บาท

อ่านว่า รับซื้อกิโลกรัมละ แปดบาท จาก ป้าย 14 บาท

จึงเกิดการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ ที่ตรวจข้าวว่า ไม่ถูกต้อง

ทั้งที่ข้าวเราคุณภาพดี(ตอนนั้น ไม่รู้ว่าคุณภาพดีจริงหรือเปล่า)

.

เขาบอกพวกเราแค่ว่า ข้าวมีสิ่งเจือปนเยอะ

เปอร์เซ็นต์ข้าวต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้รับซื้อได้เพียงราคา 8 บาท/กก.

ถ้าจะเอาราคานี้ ก็นำข้าวไปเท

ถ้าไปเอา ก็เลื่อนรถออก มันเกะกะคนอื่นที่ต่อคิว

.

พี่น้องคนอื่นที่มาด้วยกัน ต่างยอมรับสภาพ

เพราะจ้างรถขนมาแล้ว ก็ต้องยอมขาย

.

.

ส่วนเรา ยอมขนกลับ 

ด้วยความโกรธ ว่าเหมือนโดนเอาเปรียบ

เอาเปรียบด้วยกลไก ที่เราไม่มีโอกาสได้ต่อสู้

.

เป็นที่มาของการเป็น "ชาวนาขายข้าวเอง"

ตั้งแต่ เดือนธันวาคม พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบัน


หมายเหตุ

หลังจากข้าวสองตันแรก  ทำให้เราใส่ใจในการทำนา

เรียนรู้ หาข้อมูลการทำนา การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

จนได้ข้าวที่คุณภาพดีที่สุดในปัจจุบัน


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้